IoT
เริ่มต้น
9 นาที
เริ่มทำระบบ SCADA ยังไง
เรียนรู้การสร้างระบบ SCADA ตั้งแต่เริ่มต้น ทำความเข้าใจการควบคุมแบบ Real-time และเลือกระหว่างแบบ Custom กับแบบ สำเร็จรูป
อัพเดทล่าสุด: 28/1/2569
ราคาชุดอุปกรณ์
฿10,680
การเริ่มต้นทำระบบ SCADA สำหรับมือใหม่
ทำความเข้าใจ SCADA คืออะไร
SCADA ย่อมาจาก Supervisory Control and Data Acquisition ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า:
- Supervisory = การดูแลและตรวจตาม
- Control = การควบคุม
- Data Acquisition = การได้มาซึ่งข้อมูล
หลักการทำงานของ SCADA คือการรวบรวมข้อมูลจากระบบต่างๆ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการควบคุมและติดตามระบบแบบ real-time
องค์ประกอบหลักของระบบ SCADA
PLC เป็นตัว Controller หลักในการดึงข้อมูลที่เราสนใจ
- Input: ปุ่ม, Sensor, Limit Switch, Encoder (Digital/Analog)
- Output: หลอดไฟ, Relay, Solenoid Valve, Motor Drive
การทำงานของระบบ
- รับข้อมูล: Input ไหนติดอยู่, Output ไหนทำงาน, ระยะเวลาการทำงาน
- ประมวลผล: วิเคราะห์ข้อมูลและสถานะระบบ
- ควบคุม: ส่งคำสั่งควบคุมไปยัง Output ต่างๆ
- ติดตาม: แสดงผลและเก็บข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ
เกณฑ์การประเมินว่าระบบเป็น SCADA
คำถามสำคัญ: เมื่อต้องการทราบสถานะของอุปกรณ์ในระบบ สามารถตอบได้ภายในเวลาเท่าไหร่?
- ✅ ตอบได้ภายใน 2-5 วินาที = เข้าข่ายเป็น SCADA
- ❌ นานกว่านั้นหรือต้องโทรถามหรือส่งคนไปดู = ยังไม่เข้าข่ายเป็น SCADA
วิธีการพัฒนาระบบ SCADA
1. แบบไม่สำเร็จรูป (Custom Development)
ข้อดี:
- ต้นทุนต่ำ: ใกล้เคียงกับ 0 ในส่วน Software
- ความยืดหยุ่นสูง: พัฒนาได้ไม่จำกัด
- การต่อยอด: สามารถเพิ่มฟีเจอร์ได้ตามต้องการ
- ระบบรายงาน
- Line/Telegram Notification
- AI/Machine Learning
- ระบบแจ้งเตือนขั้นสูง
- Custom UI
ข้อเสีย:
- ใช้เวลานาน: 3-4 เดือนสำหรับผู้เริ่มต้น
- ต้องมีความรู้: การเขียนโปรแกรม, Database, Networking, Web Technologies
2. แบบสำเร็จรูป (Commercial Solution)
ข้อดี:
- ใช้งานได้ทันที: ซื้อมา > ติดตั้ง > Config > ใช้งาน
- เสถียรภาพสูง: ผ่านการทดสอบมาแล้ว
- รองรับหลายอุปกรณ์: รองรับ Protocol มาตรฐาน
ข้อเสีย:
- ต้นทุนสูง: License, Hardware เฉพาะ
- ข้อจำกัดในการปรับแต่ง: ขึ้นกับผู้ผลิต
- การต่อยอดจำกัด: ต้องอยู่ในกรอบที่ Vendor กำหนด
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้
ระบบ Production Workshop Management
- หลายหน้าจอ: ติดตั้งในจุดต่างๆ ของโรงงาน
- การเชื่อมต่อ: ผ่าน Internet (Wi-Fi หรือ LTE)
- การรวมข้อมูล: แสดงผลรวมใน Application เดียว
การเลือกแนวทางที่เหมาะสม
เลือกแบบ Custom Development เมื่อ:
- มีทีมพัฒนาที่มีความรู้
- ต้องการความยืดหยุ่นสูง
- งบประมาณจำกัด
- ต้องการต่อยอดในอนาคต
เลือกแบบสำเร็จรูป เมื่อ:
- ต้องการใช้งานเร็ว
- ไม่มีทีมพัฒนา
- ระบบมีความซับซ้อนสูง
- ต้องการความเสถียรสูง
เคล็ดลับในการเริ่มต้น
สำหรับผู้เริ่มต้น:
- เริ่มจากโปรเจคเล็ก: ติดตามอุปกรณ์ 1-2 ตัวก่อน
- เรียนรู้ Protocol: Modbus RTU/TCP, Modbus TCP/IP
- ศึกษา Database: การเก็บข้อมูล Time Series
- ทดสอบการเชื่อมต่อ: ใช้ Software อย่าง Modbus Simulator
Tools ที่แนะนำ:
- Development: C#, Node.js
- Database: SQL Server, SQLite, Postgresql
- Visualization: Web Dashboard, Node-red, Grafana
- Communication: RS485, TCP/IP, Wi-Fi
สรุป
SCADA ในปัจจุบันไม่ได้ซับซ้อนและแพงอย่างที่คิด สามารถเลือกแนวทางได้ตามความเหมาะสม ทั้งแบบพัฒนาเองและแบบสำเร็จรูป สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความต้องการของระบบและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน การเริ่มต้นด้วยโปรเจคเล็กๆ จะช่วยให้เข้าใจหลักการและสามารถพัฒนาไปสู่ระบบที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ในอนาคต
กลับ
มีคำถาม? ติดต่อทีมงาน

